จากภูผา ... ถึงทะเล
posted on 10 Jul 2008 23:16 by mindpower in Mind
เธอ .. อ่อนไหวดั่งท้องทะเล
ฉัน .. แข็งกระด้างดั่งภูผา
เธอ .. ชมชอบเฝ้ามองเกลียวคลื่นหยอกล้อกับผืนทราย
ฉัน .. ชื่นชมกระไอเมฆที่แผ่ปกคลุมทิวสนบนยอดเขา
รอยยิ้มสว่างสดใสปรากฏบนใบหน้าเธอ .. ยามกระแสน้ำโอบอุ้มเธอไว้แต่แผ่วเบา
ความสุขสงบปรากฏในใจฉัน .. ยามกระแสลมไหลเลื่อนโลมไล้ทั่วสรรพางค์กาย
เธอเคยบอกฉันว่า .. เธอรักทุกการขณะแห่งการหมุนเวียนเปลี่ยนแปรของท้องทะเล
และฉันก็บอกเธอว่า .. ฉันรักทุกโมงยามที่นิ่งเงียบเยียบเย็นแห่งหินผา
เธอบอกฉันอีกว่า .. จิตใจเธอมักไหวหวั่นในห้วงยามที่ทะเลดาวปรากฏเหนือผืนน้ำ
และฉันก็บอกเธอว่า .. ห้วงดวงใจฉันเบิกบานอิ่มเอิบยามสบตากับเอกภพในม่านหมอก
เธอยังบอกฉันว่า .. ทะเลแม้จะกระเพื่อมไหว แต่ก็อุ่นใจที่มีภูผาให้พักพิง
และฉันก็บอกเธอว่า .. ขุนเขาแม้ในยามสงบนิ่ง ก็ยังคงแอบอิงกับท้องทะเล
...
ราตรีมืดมิด .. พายุถะถั่งโถมราวจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
ทะเลคลุ้มคลั่ง .. กระแสน้ำกราดเกรี้ยว .. ฟาดกระหน่ำภูผา
เกลียวคลื่นแต่ละลูก .. แต่ละลูก .. ประดุจคมมีดกรีดลึกลงในเนื้อหิน
ทีละน้อย .. ทีละน้อย .. ทีละน้อย ..
กระไอเมฆลอยล่องละลิ่วลับ
ทิวสนหักโค่นโอนเอน
ท่ามกลางคลื่นยักษ์ลูกสุดท้าย ...
ค่อยๆพังทลายอย่างเงียบงัน .. ไร้ความรู้สึกใดๆ
...
อรุณรุ่ง ...
ตะวันกลมโต เหนือผืนทะเลเรียบ
สาดส่อง .. หินโสโครกกองหนึ่ง
ซากปรักหักพัง .. ของสิ่งที่เคยเรียกว่า .. ความรู้สึกดีๆ
...
ใต้แสงดาวริบหรี่ ...
เสียงคร่ำครวญ .. แผ่วเบา .. ใต้กองหิน
ละห้อยหา .. วันคืนเก่าๆ .. งดงามในทรงจำ
เวลา .. เดินผ่านมาช้าๆ
เพียรกอบกู้ .. เศษความรู้สึกที่หลงเหลืออยู่
ยึดรวมกันด้วยกาวใจที่เรียกว่า .. การให้อภัย .. และลืมสิ่งที่เลวร้าย
หากแต่ .. จะกลับมาเหมือนเดิมทุกประการหรือไม่ .. ใครเลยจะรู้
เธอ .. ชมชอบเฝ้ามองเกลียวคลื่นหยอกล้อกับผืนทราย
ฉัน .. ชื่นชมกระไอเมฆที่แผ่ปกคลุมทิวสนบนยอดเขา
รอยยิ้มสว่างสดใสปรากฏบนใบหน้าเธอ .. ยามกระแสน้ำโอบอุ้มเธอไว้แต่แผ่วเบา
ความสุขสงบปรากฏในใจฉัน .. ยามกระแสลมไหลเลื่อนโลมไล้ทั่วสรรพางค์กาย
เธอเคยบอกฉันว่า .. เธอรักทุกการขณะแห่งการหมุนเวียนเปลี่ยนแปรของท้องทะเล
และฉันก็บอกเธอว่า .. ฉันรักทุกโมงยามที่นิ่งเงียบเยียบเย็นแห่งหินผา
เธอบอกฉันอีกว่า .. จิตใจเธอมักไหวหวั่นในห้วงยามที่ทะเลดาวปรากฏเหนือผืนน้ำ
และฉันก็บอกเธอว่า .. ห้วงดวงใจฉันเบิกบานอิ่มเอิบยามสบตากับเอกภพในม่านหมอก
เธอยังบอกฉันว่า .. ทะเลแม้จะกระเพื่อมไหว แต่ก็อุ่นใจที่มีภูผาให้พักพิง
และฉันก็บอกเธอว่า .. ขุนเขาแม้ในยามสงบนิ่ง ก็ยังคงแอบอิงกับท้องทะเล
...
ราตรีมืดมิด .. พายุถะถั่งโถมราวจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
ทะเลคลุ้มคลั่ง .. กระแสน้ำกราดเกรี้ยว .. ฟาดกระหน่ำภูผา
เกลียวคลื่นแต่ละลูก .. แต่ละลูก .. ประดุจคมมีดกรีดลึกลงในเนื้อหิน
ทีละน้อย .. ทีละน้อย .. ทีละน้อย ..
กระไอเมฆลอยล่องละลิ่วลับ
ทิวสนหักโค่นโอนเอน
ท่ามกลางคลื่นยักษ์ลูกสุดท้าย ...
ค่อยๆพังทลายอย่างเงียบงัน .. ไร้ความรู้สึกใดๆ
...
อรุณรุ่ง ...
ตะวันกลมโต เหนือผืนทะเลเรียบ
สาดส่อง .. หินโสโครกกองหนึ่ง
ซากปรักหักพัง .. ของสิ่งที่เคยเรียกว่า .. ความรู้สึกดีๆ
...
ใต้แสงดาวริบหรี่ ...
เสียงคร่ำครวญ .. แผ่วเบา .. ใต้กองหิน
ละห้อยหา .. วันคืนเก่าๆ .. งดงามในทรงจำ
เวลา .. เดินผ่านมาช้าๆ
เพียรกอบกู้ .. เศษความรู้สึกที่หลงเหลืออยู่
ยึดรวมกันด้วยกาวใจที่เรียกว่า .. การให้อภัย .. และลืมสิ่งที่เลวร้าย
หากแต่ .. จะกลับมาเหมือนเดิมทุกประการหรือไม่ .. ใครเลยจะรู้
ก็คงมีแต่เพียง .. เวลา .. เท่านั้นที่จะบอกได้
...
สายลมโบกโบย ...
เรือน้อยกางใบฝ่าเกลียวคลื่น .. เดียวดาย ...
ยินเสียงเพลงลอยล่องจากภูผาแสนไกล ...
ไกลแสนไกล ...
สายลมโบกโบย ...
เรือน้อยกางใบฝ่าเกลียวคลื่น .. เดียวดาย ...
ยินเสียงเพลงลอยล่องจากภูผาแสนไกล ...
ไกลแสนไกล ...
...
...