To see a World in a Grain of Sand
And a Heaven in a Wild Flower, 
Hold Infinity in the palm of your hand
And Eternity in an hour...
 
                      William Blake
 

รถประจำทางกลางเก่ากลางใหม่ห้อปุเลงปุเลงไปตามเส้นทางคดเคี้ยวบนสันเขา เบื้องล่างทั้งสองฟากฝั่งซ้ายขวาคือผืนน้ำสีไพลินทอดยาวไกลสุดสายตา ระลอกคลื่นทะยอยพัดพริ้วละลิ่วกระทบฝั่งแตกกระจายเป็นฟองขาวละเอียด ลมอ่อนๆยามบ่ายโชยพัดมาเป็นระยะๆ ช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มให้บรรดานักท่องเที่ยวทั้งหัวทองและหัวดำที่เบียดเสียดกันบนรถประจำทางสาย Fira-Oia ระยะทางประมาณสิบกิโลเมตรดูเหมือนจะไม่มีวันสิ้นสุดตามจังหวะโยกคลอนของพาหนะ ผมเหม่อมองผ่านเงาร่างผู้คนออกไป ที่ไกลตาปรากฏหลังคาโบสถ์ทรงกลมสีน้ำเงินคลุมอาคารหลังน้อยสีขาวริมทะเลราวกับจะย้ำเตือนว่าที่นี่ ... ประเทศกรีซ

 

 

 

 

Oia อ่านออกเสียงตามสำเนียงกรีกว่า “เอีย” แต่เดิมเป็นหมู่บ้านชาวเรือเล็กๆทางท้ายเกาะ Santorini โดยเฉพาะเหล่ากัปตันเรือผู้มั่งคั่งทั้งหลาย แต่แล้วในปี ค.ศ. 1956 ก็เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงทำให้มีการพังทลายของบ้านเรือนเกือบทั้งหมด ต่อมาก็ได้มีการบูรณะซ่อมแซมขึ้นมาใหม่จนแทบจะไม่เห็นร่องรอยของความพินาศในอดีต ยกเว้นแต่บันทึกทางประวัติศาสตร์เท่านั้น Oia ในวันนี้เป็นเสมือนเด็กสาววัยแรกรุ่นที่แม้จะไม่มีเสน่ห์รุนแรงของสาวเต็มวัยอย่าง Fira แต่ก็สวยสดใสน่ารักมีชีวิตชีวาในแบบฉบับของตนเอง

 

 

 

 

หลุดจากรถประจำทางได้ เราก็ออกย่ำไปบนทางเดินแคบๆที่ซอกซอนไปตามมุมต่างๆของเมืองน้อยแห่งนี้ ถนนต่างๆล้วนเป็นทางคนเดินขึ้นๆลงๆไปตามความสูงต่ำของขอบผา บางครั้งก็คดเคี้ยวไปตามแนวอาคารต่างๆซึ่งหนาแน่นอยู่ตามบริเวณขอบ Caldera แต่ละโค้งแต่ละมุมที่เราอ้อมผ่านมา ล้วนมีสิ่งแปลกใหม่รอคอยให้เราชื่นชมความงดงามอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นลวดลายบนพื้น สีสันของอาคาร หรือรอยยิ้มของผู้คนท้องถิ่นก็ตาม

 

 

 

 

สถาปัตยกรรมที่ Oia ยังคงลักษณะเฉพาะตัวของ Santorini ไว้ ไม่ว่าจะเป็นกำแพงปูนสีขาวฉาบด้าน แซมสลับด้วยสีสันสดใสที่สอดแทรกไปตามส่วนต่างๆของอาคารไม่ว่าจะเป็นขอบประตู หน้าต่าง หลังคา หรือบันได ทั้งหมดสอดประสานกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างไม่มีสิ่งใดที่แปลกแยกออกไป เป็นการร่วมมือร่วมใจกันของคนในพื้นที่ที่จะรักษาเอกลักษณ์และความงดงามของท้องถิ่นเพื่อเป็นน้ำใจตอบแทนแด่ผู้มาเยือนจากแดนไกล และเป็นการรักษาชื่อเสียงทางการท่องเที่ยวอันเป็นธุรกิจหลักของเกาะในปัจจุบันไว้ให้คงอยู่ต่อไป

 

 

 

 

โรงแรมและร้านรวงต่างๆของที่ Oia ก็เช่นเดียวกับที่ Fira ที่ล้วนตั้งอยู่ริมขอบ Caldera มองออกไปเห็นผืนน้ำจรดฟ้า เกาะที่โผล่พ้นน้ำทะเลขึ้นมาเป็นส่วนๆพาให้จินตนาการถึงส่วนที่จมหายใต้น้ำว่า ในยามที่ภูเขาไฟสำแดงเดชและเกาะส่วนนั้นค่อยๆจมลงไปใต้น้ำนั้น จะพัดพาเอาชีวิตและความหวังของผู้คนจำนวนเท่าใดจมลงไปพร้อมกันด้วย แต่ละคนที่จากไปล้วนมิอาจทราบล่วงหน้าได้ว่าชีวิตตนจะจบสิ้นลงในวันนั้น คงจะคล้ายคลึงกับวันที่คลื่นยักษ์ซัดกระหน่ำชายฝั่งอันดามันเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ผมรู้สึกสะท้อนใจว่าชีวิตเราแต่ละคน ต่างก็เป็นเฉกเช่นกัน จะยาวนานหรือแสนสั้นก็มิอาจหยั่งรู้ได้ บางทีแล้วสิ่งที่ขวนขวายแสวงหาอยู่ทุกวี่วัน เมื่อถึงเวลานั้นก็คงปราศจากความหมายโดยสิ่นเชิง ในยามใกล้จมน้ำตายเงินเป็นสิบล้านร้อยล้านยังไม่มีค่าเท่ากับมะพร้าวเพียงสองลูก ทรัพย์สินเงินทองมากมายที่สะสมไว้มิได้มาพร้อมกับความสุขสงบทางใจเสมอไป สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ชีวิตต้องการในบางห้วงขณะอาจเป็นเพียงแค่หนังสือดีๆสักเล่มกับโลกส่วนตัวเล็กๆสักใบเท่านั้น

 

 

 

 

แดดยามบ่ายเริ่มอ่อนแรงลงแล้วยามเมื่อป้อมปราการเก่าปรากฏให้เห็นอยู่ไม่ไกลนัก จุดชมวิวอาทิตย์อัสดงที่ขึ้นชื่อที่สุดของเกาะยามนี้เริ่มคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่หลั่งไหลกันมารอชมนาฎลีลาสุดท้ายของวัน หากมาถึง Santorini แล้วไม่ได้มาชมตะวันลับฟ้าที่ตรงนี้ ก็เสมือนกับไปถึงภูเก็ตแล้วไม่ได้เห็นแหลมพรหมเทพในยามเย็นนั่นเชียว

 

 

 

 

จุดชมวิวของเราอยู่ทางด้านเหนือสุดของขอบเสี้ยว Caldera ยื่นออกไปในทะเลทางทิศตะวันตกพอดี ทำให้สามารถมองเห็นดวงตะวันที่ค่อยๆขยายใหญ่เป็นดวงกลมโตสีส้มก่อนทิ้งตัวลงจมหายไปในผืนน้ำ ในยามที่ทุกคนต่างเพ่งมองออกไปทางทิศตะวันตกเพื่อรอเวลาที่ตะวันลาลับฟ้า ผมหันกลับไปมองทางด้านทิศตรงข้ามอันเป็นอาคารบ้านเรือนเรียงรายกันไปราวกับบ้านตุ๊กตา ทันเวลาพอดีกับที่แสงสีทองทาบทับลงบนอาคารขับเน้นความหวานของสีสันให้โดดเด่นตัดกับฟ้าสีครามสดใส หลายครั้งที่ความสุขในยามแสงสุดท้ายของผมมิได้หยุดอยู่เพียงแค่การเฝ้ามองดวงตะวันค่อยๆลาลับ หากยังรวมไปถึงการเก็บรายละเอียดสีสันของสรรพสิ่งรอบตัวที่ค่อยๆแปรเปลี่ยนไปอย่างแช่มช้าเอาไว้อีกด้วย อาทิตย์ในยามอัสดงก็คงเหมือนชีวิตในยามไม้ใกล้ฝั่ง แม้จะอ่อนล้าใกล้สิ้นแรง แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความสง่างาม แสงสุดท้ายที่อบอุ่นอ่อนหวานยามส่องกระทบสรรพสิ่ง ก็คล้ายกับชายชราที่ผ่านโลกมามากมายและมุ่งหวังจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดคืนแก่โลกในห้วงสุดท้ายของชีวิต

 

 

 

 

แม้จะแวดล้อมไปด้วยผู้คนมากมาย แต่ในโมงยามแห่งการอำลาของทิวาวารเช่นนี้ แต่ละคนดูราวกับถูกสะกดให้จมอยู่กับความงดงามอันแฝงเร้นไปด้วยความเศร้าสร้อยแห่งการลาจาก ความรู้สึกบางอย่างที่เคยตกตะกอนนิ่งอยู่ในก้นบึ้งหัวใจก็คล้ายถูกสะกิดให้ลอยฟุ้งขึ้นมาอีกครั้ง เป็นความโหยหาบางสิ่งบางอย่างที่เหมือนเคยเป็นหนึ่งเดียวกันมาก่อนในอดีตอันไกลโพ้น ถูกพลังที่มองไม่เห็นกระทำให้พรากจากกัน แต่ก็ยังร่ำร้องที่จะกลับไปเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเหมือนที่เคยเป็นมา ผมอดคิดไม่ได้ว่าแท้จริงแล้วทุกสิ่งทุกอย่างที่เรารับรู้รอบตัวก็คือหนึ่งเดียวกัน อณูของอากาศผ่านเข้ามาในกายเรา แล้วก็ผ่านออกไปสู่กายผู้คนและชีวิตอื่นๆ กลับไปสู่สายลมล่องลอยไปตามดินแดนแสนไกล สายน้ำและหินผาต่างก็อาจมีบางส่วนของสิ่งที่เคยเป็นตัวเราปะปนอยู่ด้วย และแม้กระทั่งตัวตนของเราเองในแต่ละขณะก็ไม่เคยเป็นคนเดิม แต่ละเสี้ยววินาทีมีเซลล์ทีเสื่อมสลายไปและก่อกำเนิดขึ้นใหม่ตลอดเวลา กระดูกทั่วร่างกายผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่เสมอ ลมหายใจเข้าออกแต่ละขณะก็ไม่เคยซ้ำเดิม ลำไส้รับอาหารของวันวาน และขับถ่ายสิ่งปฏิกูลออกไปวันนี้ ความคิดความรู้สึกที่ผันแปรไปเรื่อยๆ ทุกๆวินาทีที่ผ่านไปไม่มีวินาทีใดที่กายและจิตเราคงสภาพเดิม แล้วจริงๆสิ่งที่เราหลงเรียกว่า “ตัวเรา” คืออะไรกันแน่ คือตัวตนหรือว่างเปล่า คือจริงแท้หรือมายากัน ...

 

 

 

 

ในระหว่างการเปลี่ยนผ่านของทิวาสู่ราตรี ขอบฟ้ายังขลิบทองเรื่อเรืองอยู่แม้ตะวันจะลับหายไปนานแล้ว เรือประมงลำน้อยลอยลำกันเป็นกลุ่มบนผืนน้ำระยิบระยับ ต่างเฝ้ารอคอยการมาเยือนของวันพรุ่งอีกครั้ง ผมเริ่มออกเดินจากจุดชมวิว เช่นเดียวกันกับผู้คนอื่นๆที่ต่างก็ทยอยแยกย้ายกันไปตามเส้นทางของแต่ละคน ชีวิตจะว่าไปก็เป็นความโดดเดี่ยวแปลกแยกชนิดหนึ่ง กับผู้คนแปลกหน้าที่บังเอิญเดินสวนกันบนถนนโลก แม้พานพบแต่มิรู้จัก เจอะเจอแล้วแยกจาก ราวกับมดปลวกมากมายที่เดินขวักไขว่แต่ไร้นาม แต่ท่ามกลางความแปลกแยกนี้ ยังรู้สึกเสมือนมีสายใยบางเบาที่มองไม่เห็นเชื่อมโยงทุกชีวิตเข้าด้วยกัน ร้อยเรียงเป็นพวงไข่มุกศักดิ์สิทธิ์แห่งสรรพชีวิตเปล่งประกายอยู่ท่ามกลางห้วงจักรวาลกว้างไพศาล

 

 

 

 

เทพีแห่งรัตติกาลค่อยๆประจงคลี่ผ้าแพรสีนิลปกคลุมเมืองน้อยแห่งนี้ แสงไฟเหลืองอบอุ่นทยอยสว่างขึ้นทีละดวง ทีละดวง จนกระทั่งเมืองทั้งเมืองแลดูสว่างไสว แสงจันทร์สะท้อนผิวน้ำเป็นประกายนุ่มนวลเย็นตา ราวจะช่วยปลอบโยนผ่อนคลายจิตใจอันร้อนรุ่มของผู้แรมทางให้เยือกเย็นลง อีกไม่นานทุกชีวิตก็คงเคลื่อนคล้อยสู่นิทรารมย์ เริ่มต้นฟื้นฟูแรงกายแรงใจรอรับการมาเยือนของอรุณรุ่งอีกครา ในห้วงอนิจจังแห่งชีวิต ใครเลยจะรู้ว่าวันพรุ่งของ Oia ยังคงเหมือนเดิมอยู่หรือไม่ แต่จะเป็นไรเล่า ตราบเท่าที่มนุษยชาติยังไม่สูญสิ้นความหวัง อนาคตย่อมต้องดีกว่าปัจจุบันอย่างแน่นอน ขอเพียงเรากล้าที่จะก้าวไปข้างหน้าเท่านั้น

 

 

 

   

 ...


 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สวยจัง เมื่อจะไปหนอ
^^+
ลมโชย + รมณ์ชิลล์ ชิลล์
big smile

#2 By ช้างต้น on 2008-06-29 01:59

ดีใจมากค่ะที่มีคนสนใจ

กลุ่มผู้อ่านคือเด็กกำพร้าที่ติดเชื้อ HIV มีตั้งแต่ยังไม่เข้าโรงเรียนค่ะ และไม่เกิน 19 ปีค่ะ สรุปคืออายุยังถือว่าเป็นเด็กและเยาวชนค่ะ

สามารถติดต่อที่เราได้โดยตรงค่ะ เพราะรุ่นพี่ของเราคือคนที่ช่วยสร้างห้องสมุดค่ะ
ติดต่อที่เมล์นี้ค่ะ hunter_group@hotmai.com

#3 By i' FY on 2008-06-29 09:13

กลางวันว่าสวยแล้ว..
กลางคืนยิ่งสวย..


โรแมนติกทุกเวลาจริงๆ..big smile
อ่านแล้วยิ้ม อิ่ม(อุ่น)ใจbig smile open-mounthed smile confused smile

#5 By Am not the supersTaR~* on 2008-06-29 13:07

ภาพอย่างที่ได้เห็นนี้ บ้านเล็กๆ ตึกสีขาว
ตัดกับฟ้า กับน้ำทะเลสีเข้ม แต่ละมุมแบบนี้
แทบจะเป็นสัญลักษณ์ของประเทศนี้ไปแล้ว
แบบนี้ แบบกรีช .. ชอบที่คนของเค้าอนุรักษ์
ความเป็นแบบของเค้าไว้ได้ยาวนานดีน่ะค่ะ

ทุกการเดินทางไม่ว่าจะไกลหรือใกล้ นอกจาก
ภาพสวย ความรุ้สึกตื่นตาตื่นใจกับสิ่งใหม่ๆ
ประสบการณ์ และเรื่องราวระหว่างการเดินทาง
นานแค่ไหนก็ไม่ลืม ..

คุณเป็นนักเดินทางที่เก็บเรื่องราวมาร้อยเรียง
ได้ละเมียดละไมมากคนนึงเลยนะคะ
เวลาเราได้เดินทาง เรื่องราวของเรามักจะเป็น
แบบนักท่องเที่ยวซะมากกว่าน่ะค่ะ ไม่เคยเล่า
ได้อย่างละเมียดละไมสักที เอิ๊กกกกก

เวลาได้อ่านเรื่องราวของการเดินทางผ่านตัวหนังสือ
คนอื่นๆออกจะทึ่งอยู่บ่อยๆ ค่ะว่าทำไมช่างเก็บเกี่ยว
เรื่องราวได้ดีกันนักนะ

ชอบอ่านสิ่งที่คนอื่นคิดมากกว่าที่ได้เห็นรูป และ
ที่ๆ ที่พาไปเที่ยวด้วย ^^ ขอบคุณนะคะ

#6 By moodee on 2008-06-29 15:40

โหสวยสุดยอด น่าไปเที่ยวจังbig smile Hot!
อยากเข้าไปนั่งตรงที่หญิงสาวสองคนนั้นนั่ง แล้วมองลงไปข้างล่าง

ลมคงโชยพัด ภาพพื้นน้ำสะท้อนแสงระยิบระยับ

surprised smile

#8 By ~ N ~ on 2008-06-29 22:25

สวยมากๆ

ชอบรูปสุดท้ายจังค่ะ

มันดูสงบแต่ ไม่เงียบเหงา...

อยากไปบ้างจังbig smile Hot!

#9 By NICs Gallery on 2008-06-30 00:34

สายลมพัด จากตัวเราไปสู่ผู้อื่น
เช่นเดียวกับที่สายลมของผู้อื่น พัดมาที่เรา
(ชอบจังค่ะ)big smile
big smile Hot!
พระอาทิตย์ขึ้น หรือพระอาทิตย์ตก ทั้งๆที่อยู่ในระดับเดียวกัน ต่างแค่คนละทิศทาง แต่กลับให้ความรู้สึกที่ต่างกันลิบลับ
ตัวเรา คืออะไรกันแน่ ทั้งๆที่อยู่กับมันทุกเมื่อเชื่อวัน ยังไม่อาจหาคำตอบได้big smile

#11 By ป้าหมู on 2008-06-30 16:06

เวลาว่างชอบแวะเข้ามาบ้านหลังนี้เพราะมีอะไรหลายอย่างที่ทำให้รู้สึกประทับใจเริ่มตั้งแต่ ภาพบนสุดของ head เห็นแล้วทำให้คิดว่าหมาน้อยตัวนี้มันรอใครกันนะ embarrassedแอบลุ้นตาม

ภาพสวยๆ ที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้ไปสัมผัสด้วยตนเองประกอบกับเรื่องราวดีๆ ที่บรรยายด้วยภาษาที่สวยงาม (ชอบจัง)อ่านแล้วนึกถึงหนังสือหลายเล่มที่เมื่อก่อนนี้เคยชอบอ่าน (แต่พักหลังนี้งานยุ่งก็เลยห่างหายไป)

ขอบคุณเจ้าของบลอกนี้นะคะที่มีสิ่งดีๆ มาให้
big smile open-mounthed smile confused smile

#12 By kaew on 2008-06-30 17:05

ขอโทษค่ะลืม Hot! big smile

#13 By kaew on 2008-06-30 17:07

รูปสวยจังเลย

#14 By WhiteMapleS on 2008-06-30 21:06

สวยมากเลย ดูเหมือนภาพวาดมากกว่าจะเป็นสถานที่จริงๆ

อยากไปบ้างจังangry smile

#15 By [-เม่าอึ่ง-] on 2008-06-30 21:14

บรรยากาศโรแมติก เพลงก็เพราะ
ภาพสวยมากครับ เห็นแล้วยากให้มีอยู่แถวระยองมั่งsad smile

#16 By บูมแบม on 2008-06-30 22:46

เมืองสวยมากเลย
อย่างกับเมืองในเทพนิยายยังไงยังงั้น
เมืองสวยมากเลย cry
ดูรูปแล้วอยากไปเที่ยว
ยิ่งอ่านแล้วยิ่งอยากไป cry cry

#18 By MySillyThing on 2008-07-01 01:59

สวยมาก...ทั้งกลางวันกลางคืน

#19 By (^_^)/nana on 2008-07-01 10:08

เพิ่งเห็นเดี๋ยวมานั่งไล่อ่านครับ ไปมาเหมือนกัน ชอบมากเลยกรีก ว่างๆ แวะไปอ่านของผมได้ที่ http://stgizmo.spaces.live.com/blog/cns!AFA355722B26EE76!1900.entry

#20 By st.GiZMo on 2008-07-01 11:42

ชอบๆ

#21 By ultarman on 2008-07-01 13:16

“ตัวเรา” คืออะไรกันแน่ คือตัวตนหรือว่างเปล่า คือจริงแท้หรือมายากัน ...

ตัวเรา คือ ศิลปะที่ทำให้โลกใบนี้สวยงาม และมีความหมายคะ

และที่สำคัญไปกว่านั้น ตัวเรา คือ ผู้ที่สร้างความฝัน
สร้างภาพ "มายา" ให้เป็นความจริงได้ด้วยนะคะ

ชอบเรื่องที่คุณนำมาถ่ายทอดมากเลยคะ

สวย..
อบอุ่น..
จิตนาการ..

big smile

#22 By St.Maya' on 2008-07-01 14:34

รุ่นพี่ผมจะไปสัปดาห์หน่้าพอดีเลยครับ ... เอาไปให้พี่อ่านนะคับผม ^^

#23 By on 2008-07-01 20:33

สาวงามยามอาทิตย์อัศดง...สวยจังเลย big smile

เทพีแห่งรัตติกาล ช่างสรรสร้างสิ่งที่สวยงาม
ออกมาได้มากเลย...

ขอบคุณสำหรับภาพสวย ๆ ที่มองแล้วทำให้รู้สึกดีอย่างนี้นะคะ big smile
สวยมากๆเลยคะ สวยทั้งภาพ สวยทั้งคำ Hot!

#25 By rusleeping on 2008-07-02 09:41

หนูเข้ามา blog คุณทีไร ไม่เคยผิดหวังเลยซักครั้ง มีเรื่องราวดีๆ ภาพสวยๆ ให้ได้สบายใจทุกครั้งเลยจริงๆ ค่ะbig smile

#26 By ~NuDeE~ on 2008-07-06 08:54