“ถ้าเราอยากรู้จักผู้ใดอย่างแท้จริงสักคน จงดูทั้งเส้นทางที่เขาเลือกและวิถีปฏิบัติของเขาขณะอยู่บนเส้นทาง แต่ไม่ควรใส่ใจดูว่าเขาไปถึงปลายทางหรือไม่

 

ต้นทางสะท้อนปัญญาคน ปลายทางสะท้อนอำนาจฟ้า ส่วนวิถีชีวิตบนเส้นทาง แท้จริงแล้วมิใช่อะไรอื่น หากคือจุดบรรจบทางวิญญาณระหว่างฟ้ากับคน”

 จาก “ผ่านพบไม่ผูกพัน” โดย เสกสรรค์ ประเสริฐกุล

 ผมวางหนังสือเล่มน้อยลงบนตัก แล้วค่อยๆเอนกายลงพิงพนักเก้าอี้ พลางนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อวานนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้ายในญี่ปุ่น ตามกำหนดการเดิม เราตั้งใจจะเดินทางไปชมนิกโก้ซึ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งหนึ่งไม่ไกลจากโตเกียวมากนัก แต่ด้วยความอ่อนเพลียจากการเดินทางอันยาวนานเกือบสองสัปดาห์ทำให้ผู้สูงอายุหลายท่านเลือกที่จะเดินเล่นสบายๆอยู่แถวในเมืองมากกว่า เหล่าผู้เยาว์ที่เหลืออยู่สี่คนจึงต้องตัดสินใจกันเองว่าจะทำอะไรกับเวลาหนึ่งวันนี้ ระหว่างการไปนิกโก้ตามแผนการเดิม หรือว่าจะไปคาวากุจิโกะเพื่อทัศนาภูเขาฟูจิซึ่งมีโอกาสเพียงหนึ่งในสิบที่จะมองเห็นได้ชัดเจน เนื่องด้วยสภาพอากาศที่ค่อนข้างแปรปรวนในฤดูกาลนี้

สำหรับตัวผมเอง มีความใฝ่ฝันอยู่ลึกๆที่จะได้พบเจอหญิงสาวผู้ลือนามแห่งญี่ปุ่นผู้นี้สักครั้ง และเนื่องจากในวันที่ท่องทะเลสาบอะชิโนะ สาวน้อยฟูจิก็เร้นกายอยู่เบื้องหลังม่านหมอก ทำให้วันนี้คือโอกาสสุดท้ายที่อาจได้พบเจอเธอ แม้ว่าความเป็นไปได้จะมีอยู่ไม่มากนัก แต่อย่างน้อยก็ได้พยายามอย่างถึงที่สุดแล้ว ชั่วชีวิตคนเรา จะมีโอกาสสักกี่ครั้งที่ได้ลองก้าวย่างตามความฝันของตนเอง

 

       

 

 

รถบัสสายตรงจากชินจูกุใช้เวลาเพียงสองชั่วโมงเศษก็พาเรามาถึงจุดหมายปลายทางที่เมืองเล็กๆชื่อคาวากุจิโกะ ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าทะเลสาบที่ล้อมรอบฟูจิไว้ และเป็นหนึ่งในจุดชมวิวฟูจิที่อยู่ในระยะค่อนข้างใกล้กับตัวภูเขาไฟเอง จากเมืองนี้ผู้ที่ประสงค์จะใกล้ชิดกับสาวน้อยฟูจิมากกว่านี้ สามารถหารถต่อไปได้จนถึงสถานีที่ห้าซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่รถเข้าไปได้ หลังจากนั้นต้องเดินเท้าต่อไปจนถึงยอดเขาเอง ใช้เวลาในการปีนขึ้นประมาณสี่ชั่วโมงครึ่ง และอีกประมาณสามชั่วโมงในการกลับลงมา หากต้องการเดินวนรอบปากปล่องภูเขาไฟจะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงจึงจะเดินได้ครบรอบ ที่สำคัญก็คือสภาพอากาศที่ยอดเขาฟูจิในหน้าร้อน อุณหภูมิอาจอยู่ใกล้จุดเยือกแข็ง ในขณะที่หน้าหนาวย่อมเย็นยะเยือกยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่คิดจะขึ้นไปเยือนเธอจึงควรเตรียมตัวให้พร้อม โดยปกติฤดูกาลปีนเขาจะอยู่ในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม แต่หากมีประสบการณ์ในการปีนภูเขาหิมะน้ำแข็งมากพอก็สามารถที่จะปีนในช่วงใดของปีก็ได้ สำหรับผมเอง การได้ชื่นชมเธอในระยะห่างๆก็เพียงพอแล้ว และสำหรับหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิต การที่ได้เฝ้าดูอยู่ไกลๆก็อาจทำให้เรารักษาความรู้สึกงดงามที่มีอยู่ในใจได้ดีกว่าการรับรู้รายละเอียดทุกซอกทุกมุมมากนัก

 

       

 

 

อาจจะเป็นความโชคดีหรือฟ้าดินเห็นใจในความพยายามของเราก็เป็นได้ ที่ทำให้สาวน้อยยินยอมปรากฎโฉมออกมาให้เราได้พบเจอในเช้าวันนี้ แม้จะไม่ได้แต่งองค์ทรงเครื่องสวมมงกุฏครบครันอย่างเช่นในฤดูหนาว แต่ภาพขุนเขารูปทรงสามเหลี่ยมสมส่วนปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลนที่บริเวณยอดเขา ก็ทำให้คนแรมทางอย่างเราได้แต่ตะลึงมองภาพเบื้องหน้าราวกับถูกมหามายามนตร์แห่งขุนเขาสะกดไว้ ทำเลสาบสีเขียวอมฟ้ามีริ้วระลอกคลื่นพริ้วไหวในสายลมอ่อนสะท้อนเงาท้องฟ้าคราม เรือน้อยลอยลำอยู่เพียงลำพังท่ามกลางผืนน้ำและภูผา ประดุจจะย้ำเตือนถึงความเล็กจ้อยดั่งธุลีของมนุษย์ท่ามกลางวิถีแห่งฟ้าดิน

 

       

 

 

รถรางเคเบิ้ลค่อยๆเคลื่อนออกจากที่เพื่อพาเราขึ้นไปยังจุดชมวิวบนเนินเขา นักท่องเที่ยวค่อนข้างบางตาเนื่องจากไม่ใช่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของฟูจิ ที่ยอดเขาเราพบกระต่ายน้อยรอต้อนรับเราด้วยใบหน้าฉงนฉงาย ว่าเหตุใดบรรดาผู้คนแปลกหน้าเหล่านี้จึงยอมเสียทั้งเวลาและเงินทองเพื่อมาดูภูเขาเพียงลูกเดียว คำถามที่ผมเองก็ปราศจากคำตอบในใจ รู้แต่เพียงว่า ยามเมื่อเจ้าหญิงแห่งขุนเขาทอดกายให้ชื่นชมอยู่เบื้องหน้าเฉกเช่นยามนี้ เหตุผลใดๆก็ดูจะปราศจากความหมายโดยสิ้นเชิง หรือว่าแท้จริงแล้ว มนุษย์ก็อาจมิใช่สัตว์โลกที่ดำรงชีวิตอยู่ด้วยเหตุผลแต่ประการใด

 

    

 

 

ด้วยความสูง 3776 เมตรจากระดับน้ำทะเล ฟูจิจัดเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของญี่ปุ่น ครั้งสุดท้ายที่เธอสำแดงความพิโรธด้วยการพ่นเถ้าถ่านลาวาออกจากปากปล่องภูเขาไฟก็ผ่านมาได้ประมาณสามร้อยปีแล้ว หลังจากนั้นเธอก็ประพฤติตนเป็นกุลสตรีที่เรียบร้อยมาตลอด แต่ใครเลยจะรู้ว่าภายใต้ความงดงามที่เลื่องลือนี้ ได้แฝงเร้นไว้ด้วยแรงกดดันอันมหาศาลเพียงใด หรือว่าสรรพสิ่งล้วนเป็นเช่นนี้เอง สิ่งที่งดงามที่สุด ก็อาจเป็นอันตรายได้อย่างที่สุดเช่นกัน

 

    

 

 

สายมากแล้วเมื่อเราเดินลัดเลาะเลียบไปตามทะเลสาบ ท้องฟ้าที่ปราศจากเมฆหมอกและแสงแดดที่ร้อนแรงทำให้หญิงสาวข้างกายต้องรีบปลดเสื้อคลุมหนาหนักที่เตรียมมาเต็มที่ออกอย่างรวดเร็ว เดินทางในสภาพภูมิอากาศที่แปรเปลี่ยนทำให้เราต้องแต่งตัวเป็นชั้นๆเพื่อสะดวกในการถอดใส่ตามแต่ฟ้าดินจะบัญชา แม้แสงแดดจะร้อนแรง แต่ความงดงามที่สำแดงตนอยู่รอบด้าน ทำให้ไม่มีใครแม้สักคนที่ปริปากบ่น

 

    

 

 

ท้องฟ้าสีครามสดใสที่ผมเพิ่งได้พบเห็นเป็นวันแรกตั้งแต่มาเหยียบประเทศญี่ปุ่น เป็นเสมือนฉากหลังที่ขับเน้นให้สภาพภูมิประเทศรอบด้านดูโดดเด่นขึ้นเป็นลำดับ ระยะทางหลายกิโลเมตรที่เราเดินเลียบทะเลสาบเพื่อหามุมถ่ายภาพที่ถูกใจ เรียงรายไปด้วยพืชพรรณต่างๆนาๆ สีเขียวของใบอ่อนที่เริ่มปรากฏให้เห็น เป็นเสมือนสัญญานว่าภายหลังพายุหิมะในฤดูหนาวผ่านพ้นไป ชีวิตใหม่ย่อมก่อกำเนิดอีกครา เช่นเดียวกับชีวิตคนเรา อาจโดนพายุฝนซัดกระหน่ำเป็นครั้งคราว แต่หากเราไม่ยอมแพ้ ย่อมมีวันที่เราได้ลุกขึ้นยืนและก้าวไปข้างหน้าอีกครั้ง เหมือนที่เฮมิงเวย์ได้เขียนไว้ว่า “มนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพื่อพ่ายแพ้ มนุษย์อาจถูกทำลายได้ แต่จะไม่มีวันทำให้มนุษย์พ่ายแพ้ได้”

 

    

 

 

เส้นทางต่อให้ยาวไกลเพียงใด ย่อมมีวันสิ้นสุดลง หลังจากเดินพลางถ่ายรูปพลางกันจนอ่อนล้า เราก็เห็นพ้องต้องกันว่าสมควรแก่เวลา และเราได้มาไกลเกินกว่าที่ใฝ่ฝันไว้ตั้งแต่ก่อนออกจากโตเกียวแล้ว ระหว่างที่รอรถประจำทางท้องถิ่นเพื่อกลับไปยังสถานีเดิม ผมหันกลับไปมองสาวน้อยฟูจิเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจากลา พร้อมกับแอบสัญญากับตัวเองในใจเงียบๆว่า สักวันผมจะกลับมาเยี่ยมเยียนเธออีก ในฤดูกาลที่แตกต่างไปจากวันนี้ ... สักวัน ...

 

    

   

 

เสียงประกาศจากกัปตันทำให้ผมรู้ว่า ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เราก็จะลงจอดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้ว ใจหนึ่งก็ยินดีที่การรอนแรมใกล้สิ้นสุดลง แต่อีกใจหนึ่งก็อดรู้สึกวูบไหวราวกับความฝันสุดท้ายในยามใกล้รุ่งกำลังหลุดลอยห่างไปอีกครา ขณะเดินทางไกลบ้าน ผมมักรู้สึกเหมือนท่องอยู่ในอาณาจักรแห่งความฝัน มีความแตกต่างอย่างมากมายระหว่างชีวิตการทำงานจริงๆกับห้วงยามที่เราก้าวย่างไปในดินแดนที่เราไม่รู้จัก พบแล้วผ่านกับผู้คนที่ไม่คุ้นเคย บางครั้งผมอดคิดไม่ได้ว่า หรือว่ายามนี้คือความจริงแท้ ในขณะที่การทำงานเป็นเพียงความฝันมัวๆตื่นหนึ่ง แต่ถึงที่สุดแล้วชีวิตก็คล้ายดั่งฝันอันยุ่งเหยิงยาวนานตื่นหนึ่งมิใช่หรือ สำหรับคนผู้หนึ่งซึ่งผ่านชีวิตมากว่าครึ่งทางแล้ว สิ่งที่กลัวก็คือสักวันหนึ่งจะตื่นขึ้นมาพบความจริงว่า ชีวิตที่ผ่านมาที่แท้ก็เป็นเพียงความว่างเปล่า และเราไม่มีเวลาเหลือแล้วที่จะย้อนกลับไปเดินจากจุดเริ่มต้นได้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง

 

    

 

 

...

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

สาวน้อยของคุณที่ได้มองผ่านเลนส์ สวยทุกรูปเลยนะคะ
เรื่องของฟ้า กำหนดไม่ได้ สมมุติว่าวันที่ตั้งใจจะได้พบ
เจออะไร .. บังเอิญว่าฟ้าไม่เป็นใจ ก็ช่วยไม่ได้และเป็น
ไปไม่ได้จริงๆเคยมีประสบการณ์การเดินทางครั้งนึงที่ต้อง
อาศัยฟ้าเป็นใจเหมือนกันค่ะ ไปซะไกลและคงได้ไปแค่
ครั้งเดียวละมั้ง พระอาทิตย์เที่ยงคืนที่สุดขอบผืนดินไกลๆ
นั่น .. โชคดีที่คืนนั้นฟ้าเปิดและได้เห็นอย่างที่ตั้งใจ ^^

ชีวิตของคนเราสำคัญที่เราได้ทำ สิ่งที่หนุนนำให้เป็นไป
อย่างที่ตั้งใจก็สำคัญไม่แพ้กัน อาจจะเป็นฟ้าอย่างที่คุณว่า

#1 By moodee on 2008-06-02 00:34

big smile คงต้องยกความดีความชอบให้กับความพยายามที่ช่วยให้คุณได้ยลโฉม เจ้าหญิงแห่งขุนเขา

ไม่ว่าจะเป็นโลกของความจริงหรือความฝัน ป้าหมูก็อยากให้คุณมีความสุขกับมันนะคะ
big smile

#2 By ป้าหมู on 2008-06-02 10:50

big smile มันก็อาจจะจริงค่ะที่ทุกๆวันมันไม่ได้เหมือนเดิมทุกประการ แต่บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าป้าหมูคงไม่ได้สังเกตุมันให้ดี หรือไม่ก็อาจโดนความชินชาครอบงำจนขาดสติไปแล้วก็เป็นได้

ทุกวันนี้เมื่อมีเวลาว่างก็จะนั่งทบทวนเสมอๆค่ะว่าได้เผลอทำอะไรหล่นหายไปกับกาลเวลาหรือเปล่า (สังสัยจะเป็นโรคคนแก่ค่ะ หลงๆลืมเป็นประจำ)big smile

#3 By ป้าหมู on 2008-06-02 19:15

เสียดายมากมายเลยคะ ที่พี่เองไม่ได้ไปเที่ยวที่นี่เลยไม่ได้เห็นภูเขาฟูจิ ชัดๆอย่างนี้ ได้แต่เห็นเงาตะคุ่มไกลๆจาก
พี่อยู่โตเกียว 10-14 และที่เกียวโต15-18 พ.ค. คงจะสวนกันไปสวนกันมานะคะ พวกเราไปกันเอง ส่วนคุณละคะไปกับทัวร์ใช่ไหมคะ จากคณะอะไรหรือคะคงไม่ใช่การไฟฟ้านะคะ

#4 By MayaKniGht on 2008-06-02 21:22

ไปกันเอง 20คน คณะใหญ่พอดูนะคะ ดูแลกันลำบากหรือเปล่าการขึ้นรถไฟ ลงรถไฟ ของพี่ มี12คน แต่ไปแบบ 4ครอบครัว พ่อแม่ลูกเดินทางกันวันละมากกว่า 12 ช.ม.ขาลากเกือบทุกวันแต่สนุกมากๆกว่าไปทัวร์นะคะ

#5 By MayaKniGht on 2008-06-02 21:56

ขอบคุณที่แวะไปทักทายกัน ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ big smile

#6 By kaew on 2008-06-03 09:38

สาวน้อยฟูจิ...สวยงามมากเลยค่ะ
ทะเลสดใส...ต้นไม้ ใบหญ้างดงาม
ในวันฟ้าใส... big smile ความงามรอบกาย..ดูมีความสุขดีนะคะ...

ชั่วชีวิตคนเรา...จะมีโอกาสสักกี่ครั้งที่ได้ลองก้าวย่างตามความฝันของตนเอง...

เห็นด้วยค่ะ...และก็ยินดีด้วยนะคะ...
สำหรับการก้าวไปตามความฝันของตนเองอย่างเช่นทุกวันนี้ big smile
แต่ความฝัน...ก็ทำให้เรามีความหวัง..งั้นฝันกันต่อไปนะคะ..
สักวันคงได้เป็นจริงสักวัน...

อยากไปเห็นสาวน้อยฟูจิที่งดงามด้วยสองตาของตัวเองบ้างจังเลยค่ะ big smile
เข้ามาบ้านนี้ทีไรภาพสวยทุกทีเลยเห็นแล้วอยากไปๆๆquestion
เหมือนอยู่ในความฝันค่ะ เป็นฝันดีที่ไม่อยากตื่นหน่ะbig smile open-mounthed smile

#9 By ตัวเล็ก (222.123.191.102) on 2008-06-09 11:22

เมื่อผ่านพบ ไหนเลย ไม่ผูกพัน
เก็บภาพฝัน ก่อนลา เพื่อมาใหม่
อยู่ต่างที่ ต่างแดน อันแสนไกล
แต่หัวใจ นำพา มาพบกัน

big smile

#10 By ~ N ~ on 2008-06-15 09:43