ความฝันแห่งชีวิต
posted on 20 May 2008 17:59 by mindpower in Dream
ผมเองเพิ่งจะมาหัดเรียนเปียโนได้เมื่อประมาณ 3 เดือนเศษนี้เอง โดยในระยะเริ่มแรกก็ไปเรียนกับโรงเรียนสอนเรียนดนตรีชื่อดังแห่งหนึ่ง แต่หลังจากเรียนไปได้ประมาณ 3-4 ครั้ง ก็พบว่าหลักสูตรที่เรียนอยู่นั้น ไม่่ตรงกับสไตล์การเรียนรู้ของผม จึงได้เปลี่ยนมาเรียนที่บ้านโดยมีครูมาสอนตัวต่อตัว ซึ่งก็ยังคงเรียนกันมาถึงทุกวันนี้
อันที่จริง ตั้งแต่วัยเด็ก เปียโนก็เป็นหนึ่งในเครื่องดนตรีที่ผมใฝ่ฝันที่อยากจะเรียนรู้ แต่ด้วยมันเป็นเครื่องดนตรีราคาสูงและสมัยนั้นก็ยังไม่ค่อยมีเปียโนให้เช่าเหมือนปัจจุบัน ฐานะครอบครัวถึงแม้ไม่ได้ขัดสนอะไร แต่ก็ไม่ได้ร่ำรวยขนาดที่อยากจะซื้ออะไรก็ซื้อได้เลยโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด ประกอบกับมีผู้หวังดีที่ผมเคยคุยด้วยบางท่าน ดูลักษณะรูปร่างมือของผมแล้ว ก็สรุปฟันธงให้เรียบร้อยว่า "มือป้อมๆนิ้วสั้นๆแบบนี้ เล่นเปียโนไม่ได้หรอก คนเล่นเปียโนต้องนิ้วยาวๆถึงจะเล่นได้" ด้วยข้อสรุปที่ผมเองฟังดูก็รู้สึกว่าเข้าทีเช่นนี้ ความฝันของผมก็ค่อยๆย่อส่วนลงจนสามารถที่จะซุกซ่อนตัวเองไว้ในซอกหลืบเล็กๆของหัวใจได้ แล้วผมก็ค่อยๆลืมมันไปในที่สุด จนกระทั่งเกือบสามสิบปีให้หลัง ผมจึงได้รู้ว่า จะนิ้วยาวหรือนิ้วสั้น หากเรามีความฝันที่ใหญ่พอ และมีความพยายามที่จะก้าวเดินไปตามความฝันนั้น ข้อจำกัดทางกายก็ไม่สามารถสกัดกั้นแรงใจที่มุ่งมั่นได้ เมื่อนึกย้อนหลังไปก็ให้รู้สึกแปลกที่เพียงอาศัยคำพูดง่ายๆประโยคหนึ่ง เราก็ยอมให้คนที่ไม่ได้แม้แต่จะเล่นเปียโนเป็นด้วยซ้ำ ขโมยความฝันของเราไปได้ตั้งนานหลายสิบปี แต่เมื่อนึกดูอีกครั้ง หลายๆครั้งในชีวิตก็เป็นเช่นนี้ คำพูด ความรู้สึกนึกคิด และท่าทีของคนรอบข้าง ต่างก็มีผลกับการกระทำของเราอยู่ไม่มากก็น้อย ที่ซ้ำร้ายยิ่งกว่านั้นก็คือ แม้ไม่มีคำพูดของคนรอบข้าง เรากลับเป็นผู้ลงมือปล้นความฝันของตัวเองเสียเองด้วยการบอกตัวเองว่า "เราทำไม่ได้หรอก" ในขณะที่เรายังไม่ได้แม้แต่จะลงมือทำเสียด้วยซ้ำ
ในการพบปะสังสรรค์กันครั้งนี้ เราก็ไม่ได้มีกิจกรรมอะไรที่ซับซ้อนมากนัก เริ่มต้นด้วยการแนะนำตัวเอง เพราะถึงแม้หลายๆคนในกลุ่มจะรู้จักกันอยู่ก่อนแล้ว แต่อีกจำนวนหนึ่งก็เป็นผู้มาใหม่ ผมเองก็เป็นหนึ่งในคนกลุ่มหลังนี้ เมื่อการสนทนาผ่านไปได้ช่วงหนึ่ง ผมก็พบว่ามิตรภาพในกลุ่มคนที่แม้จะดูแปลกหน้าในเบื้องต้น ก็สามารถที่จะยังความอบอุ่นจนร้อนได้ไม่น้อยกว่าผู้คนที่คบหากันมากว่าครึ่งชีวิตได้ บางคนควักเนื้อตัวเองพิมพ์หนังสือทำมือเล่มน้อยๆมาแจกจ่ายเพื่อนๆ ในขณะที่อีกหลายคนก็นำทั้งเพลงและโน๊ตมาแบ่งปันกัน ยิ่งกว่านั้น น้องคนหนึ่งที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรกยังอุตส่าห์เอา magnet อันน้อยที่พกติดตัวมามาจากประเทศจีนมามอบให้เป็นที่ระลึกเสียอีก ทำให้ผมรู้สึกว่าในบรรดาผู้คนแปลกหน้าที่เดินสวนกันบนเส้นทางชีวิตอีกมากมาย แท้จริงแล้วก็ยังมีผู้ที่น้ำใจระอุอุ่นแฝงอยู่ไม่น้อย เพียงแต่อยู่ที่เราจะเปิดใจออกรับหรือไม่ และในวันโลกที่ร้อนระอุ รอยยิ้มน้อยๆจากคนแปลกหน้าที่บังเอิญยืนรอรถเมล์อยู่ด้วยกัน ก็อาจเป็นเสมือนหยาดน้ำฉ่ำชื้นที่ช่วยดับความร้อนรุ่มในอกเราได้บ้าง
กิจกรรมหนึ่งในการพบปะกันครั้งนี้ ก็คือการจับฉลากรายชื่อ เพื่อขึ้นไปเล่นเปียโนให้เพื่อนๆคนอื่นๆได้ฟัง แม้จะเรียกตัวเองว่ามือใหม่วัยทำงาน แต่หลายๆคนก็ไม่ได้มีฝีมืออ่อนหัดเช่นผม บางคนมีฝีมือเข้าขั้นเล่นออกงานได้เลยทีเดียว และผมมารู้ทีหลังว่าบางคนก็เป็นอาจารย์สอนเปียโนอยู่แล้วด้วยซ้ำ การให้คนซึ่งเสมือนเป็นเด็กที่กำลังหัดคว่ำหงายในยุทธจักรเปียโนอย่างผมออกไปเล่นต่อหน้าคนหมู่มากเช่นนี้ จึงเปรียบได้กับการเอาเด็กบ้านนอกไปแข่งกอล์ฟกับไทเกอร์ วู๊ดนั้นแล และเพลงซึ่งปกติเวลาเล่นคนเดียวก็กระท่อนกระแท่นอยู่มากแล้ว ก็ยิ่งฟังแทบจะไม่เป็นเพลงเลย อย่างไรก็ตามเมื่อกัดฟันเล่นจนเพลงจบลง ผมก็ได้ยินเสียงปรบมือดังมาจากรอบข้างทั้งๆที่เพลงที่เล่นจบไปนั้น หากไม่ได้รับขวดน้ำหรือแก้วน้ำลอยมาเป็นรางวัลก็ควรที่จะภาคภูมิใจได้แล้ว หลังจากนั้นทุกๆคนก็ผลัดกันขึ้นไปเล่นตามรอบของตนเอง มีทั้งที่เล่นได้ดีมากกว่าผม และย่ำแย่สาหัสกว่าผม บางคนเล่นไปไม่กี่บรรทัดก็หยุดพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง "จำไม่ได้แล้ว" ก่อนจะเดินกลับมานั่งเอาดื้อๆ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเล่นดีหรือแย่เพียงไร สิ่งที่ทุกคนได้รับเสมอกันก็ืคือเสียงปรบมือจากใจของเพื่อนๆ เมื่อการผลัดกันเล่นผลัดกันฟังได้เวียนไปจนครบรอบของทุกๆคน ผมจึงได้รับรู้ว่าเสียงปรบมือที่ได้รับนั้น ไม่ใช่เป็นการบ่งบอกว่าเล่นได้ดีเพียงไร หากแต่เป็นเสียงปรบมือให้กับความกล้าที่จะลุกขึ้นเดินออกไปแล้วนั่งลงเล่นต่อหน้าทุกคน ไม่ว่าจะมีฝีมืออยู่ในระดับหัดคว่ำหรือระดับเหาะเหินเดินอากาศได้ก็ตาม เป็นเสียงปรบมือให้กับหัวใจกล้าที่มิใช่ปราศจากซึ่งความกลัว หากแต่ยังคงมุ่งหน้าลงมือกระทำทั้งๆที่ยังกลัวอยู่ ผมเชื่อว่าในชีวิตจริง บรรดาวีรบุรุษหรือฮีโร่ทั้งหลายต่างก็คงเป็นเช่นนี้ พวกเขาลงมือกระทำในสิ่งที่ผู้อื่นไม่กล้ากระทำ ทำแม้จะตระหนักว่ามีอันตรายรออยู่ พวกเขาเอาชนะความกลัวในใจด้วยการลงมือกระทำ ด้วยเหตุเช่นนี้ วีรบุรุษที่แท้อาจไม่ได้อยู่ที่อื่นใดนอกจากภายในใจเราเอง หากเราเอาชนะใจตนเองได้ในทุกๆการกระทำ
เย็นแล้วเมื่อผมกลับถึงบ้านโดยรถแท๊กซี่ แม้สถานที่พบปะจะอยู่ในย่านที่ไม่ค่อยมีรถผ่านมากนัก แต่ด้วยน้ำใจจากน้องอีกคนในกลุ่มที่ให้ผมติดรถมาจนถึงจุดที่หารถต่อได้ไม่ยากนัก ผมก็สามารถกลับมาถึงบ้านได้อย่างเรียบร้อยดี แม้ในวันวิสาขบูชาปีนี้ผมจะไม่ได้ไปทำบุญเวียนเทียนที่วัดอย่างผู้คนจำนวนมาก หากแต่ผมก็พบว่าประสบการณ์ที่ได้รับและน้ำใจจากผู้ที่เพิ่งประสบพบกันครั้งแรก ก็สามารถสร้างความชุ่มฉ่ำในใจได้ไม่แพ้กัน จากการพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน แต่ละคนต่างก็มีแรงจูงใจต่างๆกันไปให้มาเริ่มเล่นเปียโนในวัยที่ถือว่าค่อนข้างช้าสำหรับเครื่องดนตรีชนิดนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมีร่วมกันก็คือความเชื่อที่ว่า ไม่เคยมีเวลาใดที่สายเกินไปสำหรับทำความฝันในชีวิตให้เป็นจริง อยู่ที่เราจะตื่นขึ้นมาและเริ่มลงมือกระทำเมื่อใดเท่านั้น
แล้วคุณล่ะ ... ตื่นแล้วหรือยัง ...
จริงๆ ด้วยฮะ
แต่ไปงานนี้ได้แรงผลักดันมาพอสมควรเลยครับ ว่าต้องซ้อมๆๆ
#1 By Touch ครับผม (202.91.23.3) on 2008-05-20 18:18